The way I live with the things I love

posted on 07 Nov 2009 15:15 by nariss  in venus

ชีวิตที่ฉันใช้กับอะไรๆ ที่ฉันรัก 

สองเดือนหลังออกจากงานประจำอย่างกระทันหัน ความคิดก็ฟุ้งซ่านราวกับฟองโซดาตอนเทลงแก้วเหมือนที่ใครว่าไว้ หยิบจับอะไรก็เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ เมื่อเข้าใจว่าชีวิตจริงๆ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แขนขาก็อ่อนเปลี้ยราวเด็กหัดเดิน จนกระทั่งเก็บกระเป๋ามานอนที่บ้านนนท์ฯ กลับมาวาดรูปต่อ ฟองโซดาค่อยสงบลง ยังกับนิยายที่เขียนถึงศิลปินซักคน ในเรื่องที่เธอมักระบายอะไรๆ ของเธอลงบนผ้าใบอยู่เรื่อยรุ่ม โดยหวังให้คนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง

ถึงเวลากำจัดฝุ่นผงจากอดีต (กวาดบ้าน) และเข้าคอร์สขจัดความสัมพันธ์ส่วนเกินสูตรเร่งรัดซึ่งหวังให้เห็นผลภายในสองเดือน และถึงเวลาจัดการกับกองหนังสือที่ไม่มีวันอ่านได้หมด (15 เล่มพอดี จากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ และอีกกี่เล่มไม่รู้จากปีที่แล้วที่ถูกแยกย้ายกระจัดกระจายไปนอนตามที่ต่างๆ ของบ้านอย่างสงบ)

 

เหนืออื่นใด อัลบั้มของคุณซ. วางแผงแล้ววันนี้!

คุณซ. (ดีเจซี้ด - นรเศรษฐ หมัดคง) เป็นไอดอลของฉันตั้งแต่ตอนที่บริทป๊อป-อินดี้ร็อคยุคแรกบุกกทม. คุณซ. ทำนิตยสารเพลงสุดล้ำขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัส มีคุณอ. เป็นนักวิจารณ์เพลงคนโปรดผู้ร่ายมนตร์จนฉันเชื่อว่ามหานครร้องไห้อย่างสม่ำเสมอ และหยาดน้ำตานั้นมีรสหวานและขม (ไม่เค็ม)

เสียดายไม่ใช่นักสะสมอดีตตามหลักการที่ถูกต้อง นิตยสาร ซีดีและคาสเส็ทเทปเกือบทั้งหมดจึงสูญหาย แต่ยืนยันได้เลยว่าในโลกนี้มีเพียงนิตยสารของคุณซ.เท่านั้นที่ฉันซื้อทุกฉบับ

เมื่อคุณซ. ออก ep ในปี 2004 ฉันมีโอกาสแค่ได้เขียนลายเส้นเล็กน้อยด้วยปากกาเคมีบนซีดีแผ่นหนึ่งเท่านั้น (ตัดพ้อ) แต่วันนี้การออกแบบปกอัลบั้ม Dj Seed Inside อยู่ในมือแล้ว!!!

แด่แทรคที่ 3 ฉันรักเสียงวาห์ วาห์

เกือบไม่ใช่ภาพประกอบเพลง เพราะข้อเสียของฉันคือ แม้จะฟังทั้งหมดแต่จำได้แค่บางประโยค แม้จะฟังทั้งประโยคแต่จำได้แค่บางคำ ถ้อยคำเหล่านั้นพาย้อนไปยังอดีตอันรุ่งเรืองหอมหวานของวัยหนุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวเองและโดยอ้อมกับคุณซ. ได้รับการยืนยันจากเจ้าของอัลบั้มแล้วว่าจินตนาการขึ้นอยู่กับผู้ฟังอย่างเสรี ดังนั้น ภาพของเราจึงอาจต่างแม้จะฟังเพลงเดียวกัน

แด่แทรคที่  4 ฉันเคยรู้จัก "ผู้ชายสีเทา" คนหนึ่ง

 

แด่แทรคที่  5 และ 10 ฉันเป็นนักมองดาวผู้ขลาดเขลา

เมื่อแทรคที่ 5 ขึ้นว่า   "หรือเป็นสัญญาณจบสิ้นกาลเวลา เมื่ออาทิตย์และจันทราโบกมือลาจากไป"  ฉันก็นึกถึงนักมองดาวผู้ขลาดเขลาคนนั้น แม้จะมีไม่กี่ครั้งที่ได้เห็นดาวจำนวนมหาศาล แต่ชั่วขณะดังกล่าวมักท่วมท้นด้วยความรู้สึกบางอย่างซึ่งคล้ายจะเกี่ยวข้องกับกาลเวลา ภาพดาวที่เราเห็นเดินทางมาจากอดีต กว่าจะปรากฎเป็นภาพที่เห็นได้จากโลก ดาวดวงนั้นอาจดับสลายไปแล้ว บางอย่างจึงคล้ายจะเป็นความหวาดกลัว บางอย่างจึงคล้ายจะเป็นความอ้างว้าง และบางอย่างจึงคล้ายจะเป็นคำถาม "ว่าคิดอย่างไรกับจักรวาล"

 

แด่แทรคที่เหลือ

.......

 

 

 

ปล. เขียนไม่จบอีกแล้ว

 

ประหลาดรัก

posted on 15 Feb 2009 15:10 by nariss  in venus

 

('strange love', 2005, oil on canvas, 120x150 cm.)

ความรักคืออำนาจต่อรองที่เราเลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ บางครั้งเดินมาคู่กับความหวาดระแวง ฉันเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความรัก-ความลวง ในการแสดงนิทรรศการศิลปะของตัวเองเมื่อ 4 ปีที่แล้ว (strange love, 2005)  เนื่องจากไม่ใช่กูรูรัก จึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดอีก อย่างน้อยก็จนกว่าจะอ่านหนังสือเล่มหนึ่งและดูภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งให้จบก่อน

อย่างไรก็ตาม ทั้งในตอนนั้นและตอนนี้ ฉันยังคงรู้สึกต่อความรักในแง่มุมอันประหลาด เต็มไปด้วยความผันแปร การครอบงำ อำนาจ และการตกหลุมรักใครซักคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรืออารมณ์ชั่วขณะอย่างแน่นอน...

ฉันคือภาพเขียนของเธอ

posted on 02 Sep 2008 00:25 by nariss  in earth

ภาพสำหรับนิตยสาร crush (ภาพ : อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ)

150 กว่าปีก่อน Paul Delaroche จิตรกรชาวฝรั่งเศสประกาศก้องในวันที่ผู้คนกำลังตื่นเต้นกับนวัตกรรมภาพถ่ายว่า "นับจากวันนี้งานจิตรกรรมได้ตายลงแล้ว" ตอนนั้นพวกเขาเชื่อมั่นในกล้องถ่ายรูปที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ อย่างละเอียดโดยใช้เวลาน้อยกว่าการเขียนภาพหลายร้อยเท่า แต่งานจิตรกรรมก็ยังหายใจอยู่จนถึงปัจจุบัน และภาพเขียนหลังยุคจิตรกรรมตายแล้วก็ปรับเปลี่ยนหน้าตาและแตกแขนงออกไปมากมาย

('coo coo 1', 2008, oil on  canvas, 100x100 cm.)

โดยส่วนตัวฉันเชื่อว่าเทคนิคต่างๆ ในทางศิลปะต้องรองรับแนวคิดที่ต้องการนำเสนอ แล้วก็พบว่าตัวเองวนเวียนอยู่กับสีน้ำมันบนผ้าใบ แอบคิดว่าจะกระโดดออกจากผืนผ้าอีท่าไหนดี เคยลองเย็บผ้าเป็นลวดลายแทนฝีแปรง แต่ก็มาจบที่พู่กันกับสีน้ำมันอีกจนได้

 

ตอนที่นิตยสาร crush ฉบับแรกวางแผงราวเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คอลัมน์ nude ภาพถ่ายหญิงสาวเปลือยโดยศิลปินรุ่นพี่ทำเอาฉันตื่นตาตื่นใจ จนวันนี้คิดว่าภาพถ่ายหญิงสาวเปลือยสามารถรองรับแนวคิดต่อจากนิทรรศการครั้งล่าสุดของตัวเองได้พอดี

 

หากตัวละครในภาพเขียนชุด Perfect Skin? หลบซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าขนาดใหญ่โต ภาพถ่ายชุด Perfect Skin ก็คือด้านตรงข้าม เสื้อผ้าเหล่านั้นถูกลดทอนและสร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่คงทน ไม่สามารถปกป้องร่างกายได้อีก บางทีภาพถ่ายอาจเป็นคำตอบของคำถามที่เคยตั้งไว้... ปราศจากเสื้อผ้าเหล่านั้น ฉันจะยังรู้จักเธอไหม  ปราศจากเสื้อผ้าเหล่านั้น เธอจะแสดงตัวตนเช่นไร?

 

 

สมองหรือหัวใจ

posted on 17 Aug 2008 02:23 by nariss  in venus

 

('L./ร.', 2008, oil on canvas, 90x90 cm.)  

สมองหรือหัวใจ หรือทั้งสอง หรือมากกว่านั้นอีก หลายวันมานี่ฉันใช้เวลาส่วนหนึ่งหมดไปกับการครุ่นคิดเรื่องทำนองนี้ ตั้งแต่ได้อ่านบทวิจารณ์ในนิตยสาร Asian Art News ฉบับ Jul.-Aug. 2008 เกี่ยวข้องกับนิทรรศการของศิลปินไทยคนหนึ่ง

บทวิจารณ์เกริ่นนำถึงเรื่องของผู้หญิงที่ยอมนอนกับเจ้าของเรือ เพื่อให้เขาพาเธอไปพบคู่หมั้นซึ่งรออยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ แต่เมื่อถึงฝั่งและคู่หมั้นรู้เรื่องที่เกิดขึ้น เขาปฏิเสธเธอพร้อมกันยกเลิกการหมั้นหมาย บทวิจารณ์ยกตัวอย่างของทัศนะที่มีต่อเรื่องนี้ของคนตะวันตกและคนตะวันออก ซึ่งค่อนข้างแตกต่างกัน... ซึ่งค่อนข้างจะทำให้ฉันประหลาดใจ!

 

('Together', 2007, oil on canvas, 90x90 cm.)

แม้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าการกระทำของคู่หมั้นนั้นหยาบคายและแล้งน้ำใจ แต่เจ้าของเรือกลับถูกชาวตะวันออกมองว่าเป็นการตักตวงผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่ซึ่งพบเห็นได้ธรรมดาทั่วไปในสังคม สำหรับผู้หญิงบทวิจารณ์เชื่อว่าคนตะวันออกจะยกย่องการกระทำของเธอ ในฐานะหญิงผู้บูชาความรักและละทิ้งแล้วซึ่งกิเลสทางกาย อาจแปลได้ว่าเธอจะนอนกับใครก็ได้เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า!  แม้จะเกี่ยวโยงไปถึงเนื้อหาในงานของศิลปินได้ระดับหนึ่ง แต่บทความก็รบกวนจิตใจฉัน ฝรั่งไปเอาเรื่องราวแบบนี้มาจากไหน?

 

('Me and Another Me', 2002, oil on canvas, 80x100 cm.)

มันทำให้นึกถึง Breaking the Waves ภาพยนตร์ในปี 1996 ของผู้กำกับฯ เดนมาร์ก  Lars Von Trier (เจ้าของเดียวกันกับ Dancer in the Dark ที่แสดงนำโดยบียอร์ค) เกี่ยวกับความศรัทธาในรักซึ่งบีบหัวใจจนต้องร้องไห้ออกมาเพื่อบรรเทาความรู้สึก และฝังใจฉันตลอดมาว่าบางครั้งความรักอาจเป็นภาระหนึ่งให้ต้องแบกรับและเรียกร้องให้เสียสละ สำหรับเรื่องของผู้หญิงกับคู่หมั้น ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาทำอะไรระหว่างที่รอเธออยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ

 

('I'm holding a bird', 2001, oil on canvas, 90x90 cm.)

และเป็นไปได้ไหมที่เราต่างมีคนรักรอคอยอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ คนรักผู้ได้แต่รอคอยอยู่ตรงนั้นโดยไม่ทำอะไร หรือคนรักผู้พยายามทุกทางเพื่อจะข้ามฝั่งมา ไม่ว่าอย่างไร 'ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์' ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าจะใช้สมองตริตรองอย่างหนักสักเพียงไรในการหลงรักใครแต่ละครั้ง ความปวดร้าวก็มักมาแสดงอาการตรงหัวใจเสมอ... ปวดหัวใจจัง

 

('Me and Me', 1999, pastel on paper, 60x45 cm.)